รถเช่า ราคาประหยัด
 กลับไปหน้ารวมบทความ
สนใจเช่ารถติดต่อ จองรถเช่า
LINE ID : @CARRENT หรือ อีเมล [email protected]
QRCODE รถเช่า
สแกนเพื่อจองรถทันที

เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) vs ไฮบริด (e-POWER) ขับเที่ยวต่างจังหวัด แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

การวางแผนเช่ารถขับเที่ยวต่างจังหวัดในยุคนี้ นอกจากการเลือกรถเก๋งหรือรถ SUV แล้ว คำถามยอดฮิตที่หลายคนลังเลคือ "จะเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% ไปเลย หรือใช้รถไฮบริดระบบมอเตอร์ไฟฟ้า (e-POWER) ดี?" บทความนี้จะพาไปเจาะลึกข้อดี ข้อจำกัด และเปรียบเทียบความคุ้มค่าให้เห็นภาพชัดเจน เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกรถเช่าได้ตอบโจทย์ทริปของคุณที่สุดครับ


ทำความเข้าใจขุมพลัง: EV และ e-POWER ต่างกันอย่างไร?

ก่อนจะไปดูความคุ้มค่า เรามาปูพื้นฐานความต่างของระบบขับเคลื่อน 2 แบบนี้กันแบบเข้าใจง่ายๆ ครับ

  • รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV): ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่ใช้น้ำมัน 100% ต้องชาร์จไฟตามสถานีชาร์จ (เช่น BYD Dolphin, MG EP)

  • ไฮบริดแบบ e-POWER (Series Hybrid): รถขับเคลื่อนด้วย "มอเตอร์ไฟฟ้า 100%" ทำให้ได้ฟีลลิ่งการขับขี่ อัตราเร่ง และความเงียบเหมือนรถ EV แต่จุดต่างคือ ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เพราะมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟ (Generator) เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ เพียงแค่เติมน้ำมันก็ขับขี่ได้ต่อเนื่อง (เช่น Nissan Kicks)

เปรียบเทียบ 3 จุดเด่น: ขับเที่ยวต่างจังหวัดแบบไหนตอบโจทย์กว่า?

1. ความสะดวกสบายและเวลาในการเดินทาง (Charging vs Refueling)

  • รถ EV: ต้องวางแผนการเดินทางและจุดแวะชาร์จอย่างรัดกุม แม้ปัจจุบันสถานีชาร์จตามปั๊มน้ำมันและห้างสรรพสินค้าในต่างจังหวัดจะเยอะขึ้นมาก แต่ในช่วงเทศกาลอาจต้องเผื่อเวลาต่อคิวและรอชาร์จ (ประมาณ 30-50 นาทีต่อรอบ)

  • รถ e-POWER: ชนะเลิศเรื่องความยืดหยุ่น เหมาะกับสายเที่ยวที่ชอบเปลี่ยนแพลนกะทันหัน หรือเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกล (เช่น บนดอย หรืออุทยานแห่งชาติ) เพราะสามารถแวะเติมน้ำมันตามปั๊มทั่วไปได้ทันที ใช้เวลาเพียง 3-5 นาทีก็เดินทางต่อได้เลย

2. ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (Cost per km)

  • รถ EV: หากมองแค่ "ค่าเชื้อเพลิง" รถ EV ประหยัดกว่ามาก โดยเฉพาะถ้าชาร์จตามสถานีช่วง Off-Peak ค่าไฟจะตกอยู่ที่ไม่ถึง 1 บาท ถึง 1.50 บาท ต่อกิโลเมตรเท่านั้น ช่วยลดต้นทุนค่าเดินทางไปได้มหาศาล

  • รถ e-POWER: แม้จะต้องเติมน้ำมัน แต่ด้วยระบบที่ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟในรอบที่เหมาะสม ทำให้อัตราประหยัดน้ำมันทำได้ดีเยี่ยม (เฉลี่ยประมาณ 20-23 กิโลเมตร/ลิตร) ซึ่งประหยัดกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แต่อาจจะยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า EV เล็กน้อย

3. ประสบการณ์การขับขี่ (Driving Experience)

  • ทั้ง EV และ e-POWER ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่คล้ายคลึงกัน คืออัตราเร่งพุ่งทันใจตั้งแต่ออกตัว (ไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์) ห้องโดยสารเงียบ และมักจะมีระบบช่วยเบรกด้วยมอเตอร์ (Regenerative Braking) หรือ One-Pedal ที่ช่วยให้การขับขี่ในทางโค้งหรือทางลงเขาทำได้นุ่มนวลและลดการเหยียบเบรกบ่อยๆ

สรุป (TL;DR) ทริปแบบไหน เหมาะกับรถอะไร?

  • เลือกเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) เมื่อ: * เดินทางในเส้นทางหลัก (เช่น กรุงเทพฯ - พัทยา, กรุงเทพฯ - หัวหิน, หรือตัวเมืองเชียงใหม่)

    • มีแผนการเดินทางชัดเจน ไม่รีบทำเวลา สามารถแวะพักจิบกาแฟรอชาร์จไฟได้

    • ต้องการประหยัดค่าเดินทางสูงสุด

  • เลือกเช่ารถไฮบริด (e-POWER) เมื่อ: * เดินทางไกลมาก หรือไปในเส้นทางทุรกันดาร ขึ้นดอย (เช่น แม่ฮ่องสอน, น่าน)

    • เดินทางในช่วงเทศกาลหยุดยาวที่อาจมีการแย่งกันใช้ตู้ชาร์จ

    • อยากได้ฟีลลิ่งการขับแบบรถไฟฟ้า แต่ไม่อยากมีความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด (Range Anxiety)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สำหรับการเช่ารถเที่ยวต่างจังหวัด

Q: ขับรถ EV ขึ้นดอยไหวไหม? A: สบายมากครับ มอเตอร์ไฟฟ้ามีแรงบิดสูงตั้งแต่เริ่มเหยียบคันเร่ง ทำให้ขับขึ้นทางชันได้ดีกว่ารถเครื่องยนต์ทั่วไป รวมถึงตอนขาลงยังสามารถปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ได้ด้วย แต่ต้องเช็กจุดชาร์จไฟที่ตีนดอยหรือที่พักให้พร้อมก่อนขึ้นครับ

Q: รถ e-POWER ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟที่บ้านหรือตามปั๊มไหม? A: ไม่ต้องเลยครับ ระบบ e-POWER เติมน้ำมันเบนซินตามปกติเหมือนรถทั่วไป เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์เองโดยอัตโนมัติ

Q: เช่ารถผ่านคูปอง (Voucher) คุ้มกว่าจองหน้าเคาน์เตอร์จริงไหม? A: คุ้มกว่าแน่นอนครับ การซื้อ Voucher รถเช่าล่วงหน้ามักจะได้ราคาโปรโมชันที่ถูกกว่าการ Walk-in หรือจองตรงช่วงใกล้ๆ วันเดินทาง รวมถึงยังสามารถเลือกไซส์รถและเปรียบเทียบราคาได้ง่ายกว่าด้วย

เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) vs ไฮบริด (e-POWER) ขับเที่ยวต่างจังหวัด แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
Copyright@ 2026 VoucherCar.Com